10 วิธีดูแลเครื่องซักผ้า เพิ่มประสิทธิภาพการซักให้หอมสะอาดมากขึ้น
เคยไหม? ซักผ้ากี่ทีเสื้อผ้าก็เหม็นอับ ไม่หอมสักรอบ แม้จะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพงเป็นตัวช่วยก็ตาม ซึ่งปัญหาที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป คือ การดูแลเครื่องซักผ้า นั่นเอง หากเรารู้วิธีดูแลและถนอมเครื่องซักผ้าได้อย่างถูกต้องแล้ว นอกจากจะช่วยให้เครื่องอยู่กับเราไปนานแสนนาน ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการซักล้างเสื้อผ้าของคุณให้ทั้งสะอาดและหอมฟุ้งอีกด้วย ต้องดูแลอย่างไร โซจิพลัสจะมาแชร์เคล็ดลับวิธีดูแลเครื่องซักผ้า

ภาพ : เครื่องซักผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ
วิธีแก้ผ้าเหม็นอับ ที่ดีที่สุดซึ่งใครหลายคนมองข้าม นั่นคือการดูแลเครื่องซักผ้า เนื่องจากทุกครั้งหลังการซักเสร็จ อาจมีคราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม คราบผงซักฟอก รวมถึงเศษฝุ่น สิ่งสกปรก และตะกรันสะสมในเครื่อง ทำให้ เครื่องซักผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ เพื่อไม่ให้เครื่องซักผ้าเหม็นเน่า หรือพังไว จึงควรทำ 10 วิธีดูแลเครื่องซักผ้า ดังต่อไปนี้ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน และหมดปัญหาซักผ้าไม่หอมไปได้เลย!!
10 วิธีดูแลเครื่องซักผ้า
1. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าประจำทุกเดือน
2. ถอดถังเครื่องซักผ้าออกมาล้างทุกปี
3. ล้างและเช็ดตามซีลยาง ช่องใส่ผงซักฟอก-น้ำยาซักผ้า
4. เปิดฝาเครื่องซักผ้าระบายความอับชื้น
5. ซักผ้าในปริมาณพอเหมาะ
6. ตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋าเสื้อผ้า-กางเกง
7. หลังเครื่องซักผ้าเสร็จอย่าทิ้งผ้าไว้ในเครื่องนาน
8. ไม่ควรใช้เครื่องซักผ้าหนักเกินไป
9. ตรวจเช็คสภาพเครื่องซักผ้าสม่ำDynamic Contentเสมอ
10. ใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าที่ผลิตเพื่อเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ

ภาพ : เครื่องซักผ้า
1. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำทุกเดือน
หลายคนอาจเกิดปัญหาซักผ้ายังไงก็ไม่สะอาด ซักเสื้อขาวแล้วหมอง หรือแม้แต่ซักผ้าแล้วเหม็นอับ ซึ่งสาเหตุหลัก คือ เครื่องซักผ้าสกปรก นั่นเอง เผลอๆ บางบ้านเครื่องซักผ้าเหม็นเน่า ส่งกลิ่นออกมาเลยก็มี โดยทุกครั้งที่เราใช้งานเครื่องซักผ้า พวกสิ่งสกปรก ตะกรัน เศษฝุ่นต่างๆ ไม่สามารถระบายออกมาท่อน้ำทิ้งได้หมด จึงไปเกาะตามเครื่อง ทำให้เครื่องซักผ้าเหม็นอับ วิธีแก้ไขง่ายๆ เลย เพียงแค่ ใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าเป็นประจำทุกเดือน เท่านี้เครื่องก็จะหอมสะอาดทุกวันแล้ว

ภาพ : จำลองการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า
2. ถอดถังเครื่องซักผ้าออกมาล้างทุกปี
นอกจากการใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าล้างประจำทุกเดือนแล้ว เราควรถอดถังเครื่องซักผ้าออกมาล้างบ้าง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อความสะอาดอย่างล้ำลึก และขจัดคราบได้ทุกซอกทุกมุมที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรแล้วการถอดอุปกรณ์เครื่องซักผ้า **ควรถอดโดยผู้เชี่ยวชาญและมีความชำนาญเท่านั้น** เนื่องจากความเสี่ยงของการแกะงัดแงะโดยผิดวิธี อาจทำให้ระบบการทำงานผิดพลาด เสี่ยงเครื่องซักผ้าพังได้ ประกอบกลับได้ไม่เหมือนเดิม

ภาพ : ถอดอุปกรณ์เครื่องซักผ้า
3. ล้างและเช็ดตามซีลยาง ช่องใส่ผงซักฟอก-น้ำยาซักผ้า
รู้หรือไม่? หากไม่ทำความสะอาดสิ่งตกค้างอย่างคราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือคราบผงซักฟอก อาจเกิดการสะสมจนเป็นแหล่งของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือแม้กระทั่งเชื้อราติดตามเสื้อผ้าหลังผ่านการซักได้เลย ดังนั้น ช่องใส่ผงซักฟอก กับบริเวณซีลยาง จึงเป็นอีกจุดที่ควรล้างทำความสะอาด ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง โดยให้ล้างด้วยน้ำสะอาด (น้ำอุ่นจะช่วยให้ละลายคราบเมือกออกไปได้ดียิ่งขึ้น) จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้เแห้ง

ภาพ : ช่องใส่ผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่ม
4. เปิดฝาเครื่องซักผ้าระบายความอับชื้น
ไม่ว่าจะเป็นหลังใช้งานเครื่องซักผ้าเสร็จ กระทั่งหลังล้างทำความสะอาดเครื่องด้วยเช่นกัน ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้ อย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อระบายความชื้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของ ‘กลิ่นอับ’ กลิ่นไม่พึ่งประสงค์นั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อรา เชื้อโรค ที่อาจไปเกาะตามเสื้อผ้าของเราเวลานำไปซักในเครื่องอีกด้วย เพียงเท่านี้ก็เป็นการช่วย ถนอมเครื่องซักผ้าแล้ว

ภาพ : เปิดเครื่องซักผ้าระบายความชื้น
5. ซักผ้าในปริมาณพอเหมาะ
เพื่อไม่ให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักมากเกินไป จนเป็นเหตุทำให้เครื่องเสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานลดลง เราควรซักผ้าในปริมาณพอเหมาะตามขนาดของถังซัก หรือสามารถดูได้ในรายละเอียดตัวเครื่องที่คู่มือการใช้งาน เพราะฉะนั้นหลังจากนี้อย่าอัดผ้าซักจนแน่นมากเกินไปเชียว! ที่สำคัญยังทำให้ค่าไฟแพงขึ้นด้วยนะ

ภาพ : นำเสื้อผ้าใส่เครื่องซัก
6. ตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋าเสื้อผ้า-กางเกง
ถอดเสื้อผ้าเสร็จโยนลงถังเตรียมซักแบบนี้ เสี่ยงทำเครื่องซักผ้าพังได้เลยนะ! โดยเฉพาะการลืมสิ่งของที่เป็น ‘ของแข็ง’ เช่น เหรียญ ปากกา ฝาขวด หรือของแข็งๆ ชิ้นเล็กๆ เพราะเสี่ยงมากๆ ที่อาจจะเข้าไปติดตามกลไกของเครื่องซักผ้า เพื่อไม่ให้เครื่องพัง เสี่ยงซ่อม อย่าลืมตรวจเช็ดก่อนนำไปซักทุกครั้งกันล่ะ

ภาพ : กระเป๋ากางเกงมีเหรียญและธนบัตรอยู่
7. หลังเครื่องซักผ้าเสร็จอย่าทิ้งผ้าไว้ในเครื่องนาน
บางคนเผลอลืม หรือระหว่างซักผ้าก็ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จนทิ้งเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ ไว้ในเครื่องนานจนเกินไป ซึ่งการกระทำนี้เป็นสาเหตุทำให้เครื่องอับชื้น เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ จนเครื่องซักผ้าของเรามีกลิ่นเหม็นอับ ไม่พึ่งประสงค์ได้เลย ทางที่ดีคำนวณเวลาในการซักโดยประมาณก็ราวๆ 30-60 นาที อย่าเผลอลืมกันอีกนะ

ภาพ : ผ้าที่กองเต็มถังเครื่องซักผ้า
8. ไม่ควรใช้เครื่องซักผ้าหนักเกินไป
เราไม่ควรซักผ้าเกินวันละ 2 ครั้ง / ต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักมากจนเกินไป หรือถ้าหากจำเป็นจริงๆ ควรเว้นระยะเวลาให้เครื่องซักผ้าได้พักไว้สักหน่อยก่อนเริ่มซักในรอบถัดไป ข้อแนะนำควรจัดตารางเวลาหรือแบ่งเสื้อผ้าซักแต่ละวันจะดีกว่า เพื่อเป็นการถนอมและยืดอายุเครื่องซักผ้าให้อยู่กับเรานานแสนนาน

ภาพ : ผ้าที่กองเต็มถังเครื่องซักผ้า
9. ตรวจเช็คสภาพเครื่องซักผ้าสม่ำเสมอ
อีกวิธีที่จะช่วยถนอมเครื่องซักผ้า ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ คือ ‘การสังเกต’ ด้วยการฟังเสียง หรือคอยมองตามจุดต่างๆ ในตัวเครื่อง เช่น มีน้ำรั่วมั้ย ถังซักมีเสียงดังรึเปล่า ท่อระบายน้ำตันหรือไม่ กระทั่งมีเศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกติดตามเสื้อผ้าหลังซักรึเปล่า หากเกิดปัญหาตรงไหนจะได้แก้ไขและซ่อมได้ทันท่วงที

ภาพ : ตรวจดูเสื้อผ้าที่มีคราบน้ำยาติด หรือฝุ่นเกาะ
10. ใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าที่ผลิตเพื่อเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ
สุดท้ายแล้วการล้างทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เราควรใส่ใจและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องซักผ้า ZojiPlus ที่ผลิตและออกแบบมาเพื่อขจัดคราบไขมัน คราบสกปรกฝั่งแน่น ให้เครื่องซักผ้าของคุณหอมสดชื่น และสะอาดหมดจด มีประสิทธิภาพการซักล้างที่ดียิ่งขึ้น
