7 เรื่อง “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับการ “ล้างเครื่องซักผ้า”
เช็คด่วน!! กับเรื่องเข้าใจผิด ที่ทำให้เครื่องซักผ้าของคุณยังสกปรก ถังเครื่องซักผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ วันนี้โซจิพลัส ขอรวบรวม 7 เรื่อง ที่ใครหลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ ในการล้างเครื่องซักผ้า ทั้งแบบเครื่องซักผ้าฝาบนและเครื่องซักผ้าฝาหน้า มีเรื่องอะไรบ้าง ไปไขข้อสงสัยกันเลย

ภาพประกอบ : เครื่องซักผ้า
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า การถอดเครื่องซักผ้าล้าง เป็นการทำความสะอาดคราบและตะกอนฝั่งแน่นในถังเครื่องซักผ้าได้อย่างหมดจด แต่เพื่อให้ทุกคนได้มีเครื่องซักผ้าที่สะอาดอยู่ทุกวัน และสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้าได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากแบ่งปันข้อมูลและปรับความเข้าใจใน 7 เรื่องดังนี้…
ไขข้อข้องใจ 7 เรื่อง ในการล้างถังเครื่องซักผ้าที่คุณจำเป็นต้องรู้ !!
1. เครื่องซักผ้าทุกรุ่นสามารถถอดถังซักหรือถอดถังอุ้มน้ำออกมาล้างได้ ?
2. รอให้เครื่องซักผ้าสกปรกที่สุด ค่อยล้างทำความสะอาดทีเดียว
3. ใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้า หรือผงล้างเครื่องซักผ้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องถอดเครื่องล้าง
4. แค่ใช้น้ำยาซักฟอกขณะซักเสื้อผ้า ก็เหมือนเป็นการล้างถังซักผ้าไปในตัว
5. โหมดล้างเครื่องซักผ้าจะต้องใส่ผงหรือน้ำยาเพิ่มหรือไม่?
6. เพิ่งซื้อเครื่องซักผ้ามาใหม่ จำเป็นต้องล้างเครื่องซักผ้ามั้ย?
7. ซีลยางอุปกรณ์สำคัญในเครื่องซักผ้าที่ต้องใส่ใจ

ภาพประกอบ : การถอดถังอุ้มน้ำเครื่องซักผ้าออกมาทำความสะอาด
1. เครื่องซักผ้าทุกรุ่นสามารถถอดถังซัก หรือถอดถังอุ้มน้ำออกมาล้างได้?
หลายคนอาจจะเข้าใจว่า เครื่องซักผ้าทุกรุ่นสามารถถอดอุปกรณ์ออกมาล้างได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เครื่องซักผ้ายี่ห้ออย่าง Siemen , Worldpool, Beko, Indesit, Bosch ในบางรุ่นจะไม่แนะนำให้แกะ หรือถอดถังซักผ้าออกมาล้าง เนื่องจากว่าถังอุ้มน้ำไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ หากแกะ งัดแงะ อาจจะทำให้เครื่องเสี่ยงพัง ประกันมอเตอร์จะขาด หรือหมดประกันจากตัวสินค้าทันที
นอกจากนี้การรื้อเครื่องซักผ้าออกมาล้างบ่อยๆ เป็นการเสี่ยงทำให้เครื่องช้ำ อะไหล่อาจจะชำรุด หรือระบบเครื่องซักผ้าทำงานไม่ปกติเหมือนเดิม ตลอดจนตัวเครื่องเสียหาย เนื่องจากความไม่ชำนาญในการถอดหรือประกอบอุปกรณ์

ภาพประกอบ : ถังเครื่องซักผ้าที่มีคราบ เชื้อรา สิ่งสกปรก
2. รอให้เครื่องซักผ้าสกปรกที่สุด ค่อยล้างทำความสะอาดทีเดียว
บางคนอาจคำนึงถึงความคุ้ม รอให้เครื่องสกปรกที่สุดก่อนจะได้ล้างทีเดียว ไม่เปลืองค่่าจ้าช่างถอดล้างมาก แต่การต้องทนใช้เครื่องซักผ้าสกปรกก่อนจะถอดเครื่องล้าง เราว่า… ไม่น่าจะเวิร์คสักเท่าไหร่ ลองคิดภาพตามหากเปรียบง่ายๆ เหมือนการใส่เสื้อผ้า ถึงแม้จะไม่ได้สกปรกมาก หรือเสื้อมีกลิ่นเหงื่อก็ตามที แต่เราก็ยังซักทุกครั้งหลังใส่ ไม่นำกลับมาใส่ซ้ำๆ
ในทางเดียวกัน ทุกครั้งหลังใช้งานเครื่องซักเสื้อผ้าเสร็จ ตัวเครื่องจะสะสมฝุ่น ตะกรัน รวมถึงคราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักผ้าที่น้ำล้างออกไม่หมด ไปเกาะตามถังและอุปกรณ์ เมื่อทิ้งไว้เป็นเวลานานไม่ได้ล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ ก็ทำให้เครื่องซักผ้ามีกลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นอับติดตามเสื้อผ้าขณะซัก และที่สำคัญเป็นแหล่งเชื้อโรคได้ด้วย!!
ปล. หากทิ้งให้เครื่องซักผ้าสกปรกเป็นเวลานาน คราบ ตะกรัน ฝุ่นต่างๆ จะเกาะฝั่งแน่นมากๆ ทำให้ยากต่อการทำความสะอาด และอาจทำให้เครื่องเกิดสนิทได้ง่าย ดังนั้นควรใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้า หรือผงล้างเครื่องซักผ้าประจำทุกๆ เดือน

ภาพประกอบ : การถอดถังเครื่องซักผ้า
3. ใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้า หรือผงล้างเครื่องซักผ้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องถอดเครื่องล้าง
การใช้ผงล้างเครื่องซักผ้า หรือน้ำยาล้างถังเครื่องซักผ้า จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้า และคงความสะอาดให้เครื่องซักผ้าของเราสะอาดอยู่ทุกๆ วัน เหมือนที่เราจำเป็นต้องกวาดพื้นทุกคืน ล้างจานทุกวัน เพื่อให้เครื่องซักผ้าสะอาดได้อย่างหมดจด ก็ยังจำเป็นจะต้องถอดเครื่องออกมาล้าง 2-3 ปี/ครั้ง
ขณะเดียวกันบางคนก็อาจจะเข้าใจผิดได้ว่า หากถอดเครื่องล้างแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยา เราอยากใ้ห้ปรับความเข้าใจใหม่นิดหน่อย โดยการถอดเครื่องซักผ้าล้าง จะเป็นการทำความสะอาดถังเครื่องที่สะอาดที่สุด แต่การถอดถังซักบ่อยๆ จะทำให้เครื่องช้ำ ใช้เวลาล้างนาน ยุ่งยาก และไม่เป็นส่วนตัว รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากหากจะต้องถอดถังออกมาล้างทุกๆ เดือน ซึ่งเราเองก็คงไม่แนะนำเช่นกัน ดังนั้นการใช้ผงล้างเครื่องซักผ้า จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะยืดระยะเวลาในการแกะถังล้าง ลดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยงระบบเครื่องซักผ้ารวน และเพิ่มประสิทธิภาพการซักผ้าให้สะอาดสุดๆ
**การทำให้เครื่องซักผ้าสะอาดอยู่เสมอ จะต้องใช้น้ำยาเป็นตัวช่วยคงความสะอาดอยู่ทุกวัน**

ภาพประกอบ : ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตกค้างจนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเชื้อรา
4. แค่ใช้น้ำยาซักฟอกขณะซักเสื้อผ้า ก็เหมือนเป็นการล้างถังซักผ้าไปในตัว
เคยมีคนเข้าใจผิด คิดว่าขณะซักผ้า พวกน้ำยาซักฟอกหรือผงซักฟอกก็สามารถช่วยล้างเครื่อง ทำความสะอาดถังซักไปในตัวได้ เพื่อเป็นการยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายๆ เราขอเปรียบเทียบ ขณะที่เราอาบน้ำฟอกสบู่ สบู่ที่ไหลตามพื้นก็ไม่ได้เป็นการล้างพื้นห้องน้ำแต่อย่างใด กลับเป็นการทำให้เกิดคราบ และความเหนียวมันเกาะตามพื้น เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีอีกต่างหาก ทำให้เราต้องล้างพื้นห้องน้ำอยู่เสมอๆ เครื่องซักผ้าเองก็เช่นกัน จำเป็นต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังผ่านการใช้งาน

ภาพประกอบ : โปรแกรมต่างๆ ในเครื่องซักผ้า
5. โหมดล้างเครื่องซักผ้าจะต้องใส่ผงหรือน้ำยาเพิ่มหรือไม่?
สงสัยกันมั้ยเอ่ย? กับการใช้โหมดล้างถังเครื่องซักผ้า สามารถล้างทำความสะอาดถังซักได้จริงหรือเปล่า? เราจะขออธิบายระบบการทำงานของโปรแกรมล้างเครื่องซักผ้าให้เข้าใจกันง่ายๆ คือ เมื่อเราเปิดโหมดล้างเครื่องซักผ้า > ระบบจะเพิ่มการใช้น้ำสูงสุด และ เพิ่มรอบแรงปั่นสูงสุด ซึ่งคราบต่างๆ อาจจะมีหลุดบ้าง ไม่หลุดบ้าง เพราะเป็นเพียงการใช้น้ำกับการปั่นแรงๆ เท่านั้น เพื่อให้การชะล้างสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด ควรใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าร่วมด้วย ขณะเปิดโปรแกรมล้างถังซักที่มากับตัวเครื่อง

ภาพประกอบ : เครื่องซักผ้าที่มีผ้าเต็มถังซัก
6. เพิ่งซื้อเครื่องซักผ้ามาใหม่ จำเป็นต้องล้างเครื่องซักผ้ามั้ย?
เพิ่งถอยเครื่องซักผ้ามาใหม่หมาดๆ ยังไม่ผ่านการใช้งาน ก็ยังไม่จำเป็นต้องล้างเครื่องก่อนใช้แต่อย่างใด หากมีการใช้งานซักผ้าแล้ว เราแนะนำว่า เพื่อรักษาเครื่องให้สะอาดอยู่เสมอ ควรใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าตั้งแต่เครื่องยังไม่มีคราบเกาะฝั่งแน่นจะดีที่สุด
เปรียบเสมือนหลังเราตื่นนอน เรายังอาบน้ำเป็นประจำทุกๆ วัน แม้ว่าการนอนนิ่งๆ ไม่ได้มีเหงื่อออก หรือกลิ่นตัวติดก็ตาม แต่เพราะการรักษาความสะอาด และสุขอนามัยที่ดี เราจึงจำเป็นต้องอาบน้ำทุกเช้า-เย็น ขณะเดียวกันเครื่องซักผ้าเองก็ควรใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอๆ อย่ารอให้สกปรกก่อนแล้วจึงค่อยล้างทีหลัง
เปรียบเสมือนหลังเราตื่นนอน เรายังอาบน้ำเป็นประจำทุกๆ วัน แม้ว่าการนอนนิ่งๆ ไม่ได้มีเหงื่อออก หรือกลิ่นตัวติดก็ตาม แต่เพราะการรักษาความสะอาด และสุขอนามัยที่ดี เราจึงจำเป็นต้องอาบน้ำทุกเช้า-เย็น ขณะเดียวกันเครื่องซักผ้าเองก็ควรใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอๆ อย่ารอให้สกปรกก่อนแล้วจึงค่อยล้างทีหลัง
**ควรใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าตั้งแต่เครื่องยังสะอาด เพื่อป้องกันเครื่องซักผ้าสกปรก**

